หลักการใช้ a.m. & p.m.อย่างไรไม่ให้สับสนเรื่องเวลา
การบอกเวลาในสากลนิยมใช้ระบบเวลาแบบ 12 ชั่วโมง ไม่ใช่ 24 ชั่วโมงแบบไทยเรา
จึงเกิดการใช้ตัวกำหนดเวลา a.m. และ p.m. ขึ้นมากำกับท้ายตัวเลข และเพื่อไม่ให้พลาดเวลานัดหรือสับสนเรื่องเวลา
เราไปดูหลักการใช้ a.m. & p.m. ใช้อย่างไรไม่ให้สับสนเรื่องเวลา กันค่ะ


 

a.m. & p.m. คืออะไร
a.m. ย่อมาจาก Ante Meridiem เป็นภาษาละตินแปลว่า Before midday
โดยเริ่มนับเวลาตั้งแต่เที่ยงคืน 24.00 น. ถึง 11.59 น. ตอนเช้า

p.m. ย่อมาจาก Post Meridiem เป็นภาษาละตินแปลว่า After midday
โดยเริ่มนับเวลาตั้งแต่เที่ยงวัน 12.00 น. ถึง 11.59 น. (5 ทุ่ม) ตอนกลางคืน
 
*** เทคนิคการจำง่าย ๆ เลยคือให้จำว่า
นิชคุณอยู่วง 2PM หรือวงบ่ายสอง  เพราะฉะนั้น p.m. คือช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงก่อนเที่ยงคืน"  

 
วิธีการเขียนและการอ่าน
    หลายคนอาจจะคิดว่าการเขียน a.m. และ p.m. จะเขียนแบบใดก็ได้  ซึ่งเราพบการเขียนหลายแบบเลย เช่น AM PM, A.M. P.M., am. pm. แต่ที่จริงแล้วนั้นหากต้องการเขียนให้ถูกต้องตากการเขียนทางธุรกิจ ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นทางการ จะต้องมีเครื่องหมายจุดอยู่หลังตัวอักษรพิมพ์เล็กทั้งสองเสมอ คือ a.m. และ p.m.  อีกทั้งจะต้องเว้นวรรคหลังตัวเลขเวลาด้านหน้าด้วย ส่วนวิธีการอ่านจะเป็นการอ่านตัวเลขเรียงตัว และอ่านออกเสียง a.m. (เอ เอ็ม) และ p.m. (พี เอ็ม) ด้วย เช่น
 
6 a.m.  อ่านว่า  six a.m.  (เวลา 6 โมงเช้า)

10:05 a.m.  อ่านว่า  ten O five a.m.  (เทน-โอ-ไฟฟ์)  (เวลา สิบโมงห้านาที)
 
*** หากตัวเลขในส่วนนาทีมีเลข 0 นำหน้าตัวเลข เมื่ออ่านจะใช้ เสียงโอ แทนเลขศูนย์
 
2:25 p.m.   อ่านว่า  two twenty-five p.m.  (เวลา บ่ายสองโมงยี่สิบห้านาที)

12:00 a.m.  อ่านว่า  twelve midnight   (เวลาเที่ยงคืน)

12:00 p.m.  อ่านว่า  twelve noon  (เวลาเที่ยงวัน)
 

สังเกตว่าวิธีการอ่านเวลาเที่ยงคืนและเที่ยงวันจะแตกต่างกับการอ่านเวลาทั่วไป นั่นเป็นเพราะเพื่อป้องกันการสับสนว่าสรุปแล้วจะเป็นเวลาเที่ยงวันหรือเที่ยงคืน จึงมีการใช้คำว่า noon (เที่ยงวัน) และ midnight (เที่ยงคืน) มากำกับในการพูดนั่นเอง
 

อย่างไรก็ตามเราไม่จำเป็นต้องใส่ a.m. หรือ p.m. กำกับหลังเวลาทุกครั้งก็ได้ ถ้าหากว่าประโยคนั้นได้พูดถึงช่วงเวลาชัดเจนอยู่แล้ว เช่น
 

If I wake up at 7 (a.m.), I will go to school in time.
(ถ้าฉันตื่นนอนเวลา 7 นาฬิกา ฉันจะไปโรงเรียนทันเวลา)
>> ทุกคนไปโรงเรียนตอนเช้าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสามารถตัด a.m. ออกไปได้เลย
 
Dwin has reserved table for his dinner at 7 (p.m.)
(ดวินได้จองโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารเย็นไว้ตอนหนึ่งทุ่ม)
>> เราคงไม่กินอาหารเย็นตอน 7 โมงเช้าแน่นอน เพราะฉะนั้นตัด p.m. ออกได้เลย

 เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับสรุปหลักการใช้ a.m. และ p.m. หากเราได้เรียนรู้ทริคการจำเพียงนิดหน่อยเพียงเท่านี้ก็จะสามารถนำไปใช้กันได้อย่างถูกต้อง คราวหน้าใครนัดเวลาไหนรับรองไม่มีพลาดหรือสับสนแน่นอนค่ะ
 
ที่มา www.dailyenglish.in.th , 
bitterenglish.blogspot.com , 
www.tonamorn.com
https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/106257.html

Author

ผู้เรียบเรียง : จุฑามาศ ภิญโญศรี
Email : jutamas.p@msu.ac.th
หมายเลขติดต่อภายใน : 0942915414

Related Posts